โรคเบาหวานนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงได้หรือไม่

โรคเบาหวานนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงได้หรือไม่

การป่วยเป็นโรคเบาหวาน นอกจากเราจะต้องดูแลตัวเอง และ เรื่องการกินต่างๆ ให้ดีแล้ว โรคแทรกซ้อนต่างๆ
ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะประมาทไม่ได้เลยนะครับ เพราะจริงๆ แล้วคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ส่วนใหญ่ก็จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ อย่างมากมายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความดัน หัวใจ เส้นเลือดตีบ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งการดูแลสุขภาพของร่างกาย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างจะมีความสำคัญเป็นอย่างสูงนั่นเอง ตามปกติแล้วผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ส่วนใหญ่ก็จะพบกับปัญหาโรคความดันโลหิตสูงที่ตามมา ซึ่งบางคนจะมีความดันมากกว่า 140/90 มากถึงร้อยละ 30 อีกด้วย ซึ่งถ้าหากความดันโลหิตของเราสูงมาก ก็หมายถึงว่าไตของเรามันเริ่มเสื่อมแล้วนั่นเอง ยิ่งถ้าเราไม่ทำการรักษานอกจากเราจะเป็น เบาหวาน ความดันแล้ว ก็ยังจะมีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคไตที่สูงอีกด้วย

การทีเราป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้น แน่นอนโอกาสที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอีกก็มีอยู่เช่นกัน ซึ่งหลักๆ แล้วก็จะเป็นโรคทางหัวใจ และ หลอดเลือดเป็นสองเท่าอีกด้วย  แถมยังสามารถที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้เป็นอย่างเยอะจริงๆ โดยเมื่อเราตรวจพบว่าเป็นความดันโลหิตสูง สิ่งแรกที่ควรจะทำก็คือการพบแพทย์เพื่อที่จะได้ทำการรักษากันอย่างถูกวิธี เพราะการที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานความดันนั้น ก็จัดอยู่ในกลุ่มโรคยอดฮิต อีกด้วยนะครับ

โรคความดันโลหิตสูง ทำให้เกิดปัญหาความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน

  1. ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อน ทางหัวใจ และ หลอดเลือด ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มเป็นถึง 2 เท่าด้วยกันนะครับเมื่อเทียบกับกับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน
  2. มักจะมีอาการของโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่นโรคตา โรคไต โรคสมอง เพิ่มอีกเป็นสองเท่าด้วยกัน

การที่เรามีความดันที่ลดลง ก็จะส่งผลทำให้การเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ สามารถที่จะลดความเสี่ยงได้
แต่ถ้าหากมีความดันที่เพิ่มขึ้นความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เมื่อเราพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง

สิ่งที่เราควรจะทำเป็นสิ่งแรกควรที่จะพบแพทย์เป็นการด่วนเพื่อที่จะได้ทำการรักษากันอย่าง ถูกต้อง และ ถูกวิธี
ซึ่งโรคนี้ ถ้าเราปล่อยไว้มันก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยนะครับเพราะโอกาสที่เราจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ นั้น มันก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดนั่นเอง โดย การรักษาความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ก็จะต้องรักษาความดันให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิน 130/85 มม.ปรอท นะครับ เพราะว่าในผู้ป่วยในโรคเบาหวาน ทั่วไปแล้วตามผู้สูงอายุก็จะอยู่ทีประมาณ 140/90 มม.ปรอท การรักษาที่ได้ผลที่ดีนั้น ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นโรคนี้จำเป็นที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นอยู่ การกิน หรือ อะไรก็ตามแต่ ผู้ป่วยโรคนี้ก็จะต้องทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกิน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการรักษาโรคความดันโลหิต ถ้าหากเราไม่มีการควบคุมปริมาณการกินต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมนั้นรับรองเลยว่าการที่เราจะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ก็จะมีความเสี่ยงที่สูงเป็นอย่างมากอีกด้วยนั่นเอง ดังนั้นแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงของผู้ป่วยในโรคเบาหวานนั้นก็จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษสักหน่อยนะครับ เพราะว่าทางแพทย์นั้นก็จะต้องหาวิธีการรักษาต่างๆ ให้สามารถที่จะทำให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุดอีกด้วย สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการโรคอ้วนแทรกซ้อนด้วย การลดน้ำหนักให้ถูกต้องก็จะเป็นอีกหนึ่งทางออกที่ได้ผลมากที่สุด เพราะการที่เรามีน้ำหนักที่เกินกว่าเกณฑ์ไปนั้น ซึ่งมันก็ทำให้การควบคุมความดันของเราสามารถที่จะทำได้ยากเป็นอย่างมาก การที่เราลดน้ำหนักทุกๆ 1 กิโลกรัมก็สามารถที่จะลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกเหนือจากการควบคุมปัจจัยต่างๆ แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากนั้นการออกกำลังกายให้ถูกต้องและถูกวิธีนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้การรักษาของเรานั้นสามารถที่จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง เรียกได้ว่าถ้าเราไม่ดูแลตัวเองโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนและความเสี่ยงในการน็อคเบาหวานนั้นก็จะมีสูงด้วยกัน ดังนั้นการที่จะต้องไปพบแพทย์เป็นประจำนั้นก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะจะทำให้หมอนั้นสามารถที่จะทราบการเคลื่อนไหวของเราและสามารถที่จะตรวจเช็คระดับความดัน และ ระดับน้ำตาลในเลือดของเราได้อย่างใกล้ชิดนั่นเอง เอาเป็นว่าถ้าใครมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคดังกล่าวนั้นก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ กันดูนะครับ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้นั้นก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราจะต้องดูแลกันให้ดีเพื่อที่เรานั้นจะได้ห่างไกลจากโรคเบาหวานนั่นเอง เพราะการป่วยเป็นโรคนี้มันไม่มีทางรักษาและยังสามารถที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้อีกด้วย