เมื่อรู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน

การรักษาอย่างถูกวิธี เมื่อรู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน

การรักษาอย่างถูกวิธี เมื่อรู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน

หลายๆ หน่วยงานในทุกวันนี้นั้น วิจัยและคาดการณ์กันเอาไว้ว่า
“ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จะมีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเลยนะครับ ” โดยทุกวันนี้ก็น่าจะหลัก 200 ล้านคนทั่วโลกแล้ว
แต่สำหรับในประเทศไทย อัตราการเป็นโรคเบาหวาน จะอยู่ที่อายุประมาณ 35 ปีขึ้นไปนะครับ โดยการเกิดโรคเบาหวานของผู้คนในปัจจุบันเกิดจากการกินเป็นหลัก
การไม่รู้จักเลือกกิน แต่ของที่มีประโยชน์ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลที่มากจนเกินไปนั่นเอง เอาเป็นว่าถ้าหากเรารู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว เราก็ไม่ควรที่จะปล่อยตัวเองไว้อย่างเฉยๆ นะครับ
ควรที่จะทำการรักษาอย่างถูกวิธี และ ที่สำคัญก็ควรที่จะ หมั่นออกกำลังกาย และ ควบคุมการกิน ด้วย
ไม่เช่นนั้นอาการของโรคนี้ก็อาจจะกำเริบได้

ถ้าเรารู้ตัวเองว่าป่วยเป็นเบาหวานแล้ว การดูแลตัวเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ร่างกายไม่สามารถที่จะนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่นะครับทำให้เรานั้นมีระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้เรานั้นเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ อย่างมากมาย ดังนั้นเมื่อเราทำการตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวานแล้วจริงๆ เราก็ควรที่จะดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง และ โรคไขมันในเส้นเลือดที่สูง ดังนั้น

การดูแลตัวเองให้ดีก็สามารถที่จะทำได้ดังต่อไปนี้นะครับ

  1. การควบคุมอาหาร การเลือกรับประทานอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ เราควรที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานให้ดี ควรที่จะควบคุมให้ได้ไม่ควรให้ขาดหรือเกินไปเพราะมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้ โดยหลักการง่ายๆ ในการควบคุมอาหารนั้น ก็คือเราจะต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานข้าวเป็นหลัก สลับกับพวกแป้งเป็นบางมื้อ ควรที่จะกินผักให้มากๆ และกินเป็นประจำด้วย เพราะร่างกายของเราจะได้แข็งแรง ดื่มนมให้เหมาะสมกับวัยของเรา ควรที่จะเลือกกินแต่สิ่งที่ดีๆ นะครับไม่ควรที่จะกินของหวานและของมันมากจนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อระบบในร่างกายของเราได้ ถ้าเราไม่สามารถที่จะควบคุมอาหารได้การรักษาโรคเบาหวานของเราก็จะไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดีได้
  2. การออกกำลังกาย การออกกำลังกาย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้เรา สามารถที่จะควบคุมเบาหวานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้อีกด้วย แต่การออกกำลังกาย เราก็จะต้องระวังเรื่องน้ำตาลต่ำด้วยนะครับ เพราะถ้ามันต่ำมากจนเกินไป อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้ อย่างไรก็ตามการเลือกวิธีออกกำลังกายก็ควรที่จะเลือกให้มันเหมาะสมกับช่วงวัยและความพร้อมของร่างกายของเรานะครับ โดยถ้าหากเราเป็นคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนก็ควรที่จะเล่นแบบพอประมาณเท่านั้นก็พอ ไม่ควรจะหักโหมจนเกินไปเพราะอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้ ดังนั้นเราควรที่จะออกกำลังกายให้มีความสุข และทำให้การเป็นอยู่ของเราดีขึ้นเป็นอย่างมาก
  3. การรักษาโรคเบาหวานด้วยยาต่างๆ อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้การรักษาโรคเบาหวานของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นก็คือการรักษาด้วยยาต่างๆ ซึ่งเมื่อเรารู้ตัวเองว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน ก็จะต้องทำการรักษาอย่างถูกต้องและถูกวิธีด้วยนะครับควรที่จะเข้าไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่แพทย์ จะได้จัดยาได้อย่างถูกต้อง แถมการรักษาด้วยยาก็จะเป็นการรักษาที่ดีเป็นอย่างมากเพราะมันสามารถที่จะควบคุมเบาหวานต่างๆ ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง แถมยังสามารถที่จะลดอาการการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้อีกเยอะเป็นอย่างมากอีกด้วย ดังนั้น การรักษาด้วยยาอย่างเดียวก็คงจะไม่พอ นะครับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างจะสำคัญเป็นอย่างมาก
  4. วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ แน่นนะครับว่าการกินวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ นั้นก็จะมีส่วนที่ช่วยในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะวิตามินบางชนิดนั้นก็จะเป็นวิตามินที่ทำให้การรักษาของโรคนี้นั้นสามารถที่จะทำได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งดังนั้นเราก็ควรที่จะศึกษาเกี่ยวกับวิตามินต่างๆ ด้วยเช่น วิตามินบี นั้นก็มีส่วนที่จะช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง ลดอาการชาปลายมือปลายเท้าของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามนั้นโรคเบาหวานก็ไม่ใช่สิ่งที่หวานอย่างที่คิดนะครับเมื่อเราพบว่าตัวเองนั้นเป็นโรคเบาหวานจริงๆ แล้วนั้นเราก็ควรที่จะรักษากันอย่างครบวงจรด้วยนะครับไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้เราเกิดภาวะโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้อย่างมากมาย

ดังนั้นการรักษาโรคเบาหวานในทุกวันนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแล้วนะครับ ด้วยเทคโนโลยีการรักษาในด้านต่างๆ นั้นก็สามารถที่จะมีวิวัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นทำให้การรักษาต่างๆ นั้นก็สามารถที่จะมีประสิทธิภาพและน่าไว้วางใจเป็นอย่างมากนั่นเอง